ลงสรงไก่ เป็นเมนูอาหารพื้นบ้านจากอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร มีเสน่ห์อยู่ที่วิธีรับประทานที่คล้ายกับเมนูหม้อไฟ โดยนำไก่ต้มสุกกับผักลวกมาราดด้วยน้ำจิ้ม โรยถั่วลิสงคั่วบดเพิ่มความหอมมัน จนกลายเป็นความอร่อยที่มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากเมนูไก่ต้มทั่วไป
แม้จะเป็นอาหารพื้นบ้านที่หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อ แต่ขั้นตอนการทำเมนูลงสรงไก่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย วัตถุดิบสามารถหาได้ง่าย เหมาะสำหรับทำเป็นอาหารประจำครอบครัวเพื่อรับประทานร่วมกัน และในบทความนี้ เมนูเด็ด จะพาทุกท่านไปรู้จักความน่าสนใจของเมนูลงสรงไก่ พร้อมดูวัตถุดิบ วิธีทำ และเคล็ดลับที่จะช่วยให้เนื้อไก่นุ่ม ผักกรอบ และสูตรทำน้ำจิ้มที่มีรสชาติกลมกล่อมครบเครื่อง
ลงสรงไก่ คือเมนูอะไร มีที่มาจากไหน
เมนูนี้มีอีกชื่อเรียกว่า ลงสรงไก่บ้าน เป็นอาหารท้องถิ่นในอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จุดเด่นของเมนูคือ การนำไก่บ้านต้มสุกมารับประทานกับผักบุ้งและผักกาดขาวลวก พร้อมน้ำซุปร้อนและน้ำจิ้มที่ปรุงจากน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว พริกป่น และหอมแดงซอย ก่อนเพิ่มความหอมมันด้วยถั่วลิสงคั่วบด เมนูนี้ยังเป็นอาหารโบราณของจังหวัดพิจิตรที่มีอายุกว่า 200 ปี และนิยมทำกันในอำเภอบึงนาราง โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตรมีรายชื่อ “ลงสรงไก่บ้าน อ.บึงนาราง” อยู่ในกลุ่มอาหารคาวที่เข้ารับการพิจารณาในโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ประจำปี 2567
เสน่ห์ของลงสรงไก่ ที่ทำให้หลายคนอยากลอง
เอกลักษณ์ของเมนูลงสรงไก่ อยู่ที่การรวมรสชาติและเนื้อสัมผัสหลายรูปแบบไว้ ในการรับประทานในคำเดียว ทั้งความนุ่มของเนื้อไก่ต้ม ความกรอบของผักลวก และรสเข้มข้นของน้ำจิ้ม เมื่อโรยถั่วลิสงคั่วบดลงไป ก็จะได้กลิ่นหอมและความมันที่ช่วยให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น หากใช้ไก่บ้าน เนื้อจะมีความแน่น รสสัมผัสชัดเจน แต่ถ้าหากต้องการให้ทำง่ายและใช้เวลาไม่นาน สามารถเปลี่ยนเป็นเนื้ออกไก่ได้เช่นกัน แต่อย่าต้มอกไก่จนสุกมากเกินไป เพราะอาจทำให้เนื้อแห้งและแข็งได้
เตรียมวัตถุดิบเมนูทำ ลงสรงไก่
สูตรลงสรงไก่ต่อไปนี้เหมาะสำหรับรับประทานประมาณ 3–4 คน สามารถเพิ่มหรือลดปริมาณพริกและเครื่องปรุงได้ตามความชอบ
วัตถุดิบหลัก
- ไก่บ้านหรือเนื้ออกไก่ 400 กรัม
- ผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งนา ตามชอบ
- ผักกาดขาว ตามชอบ
- น้ำสะอาดสำหรับต้มไก่
วัตถุดิบสำหรับทำน้ำจิ้ม
- หอมแดงซอย 5 หัว
- พริกป่น 1–1½ ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียกเข้มข้น 5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 5 ช้อนโต๊ะ
- ผงชูรส 1–2 ช้อนชา ตามชอบ
- ผงปรุงรส 1–2 ช้อนชา ตามชอบ
- ถั่วลิสงคั่วบด
ปริมาณเครื่องปรุงข้างต้นสามารถปรับได้ โดยเฉพาะน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และพริกป่น เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำมะขามเปียกและระดับความเผ็ดที่แต่ละคนรับประทานได้อาจแตกต่างกัน
ขั้นตอนการทำเมนู ลงสรงไก่ แบบง่าย ๆ
เมื่อเตรียมวัตถุดิบครบแล้ว สามารถเริ่มทำลงสรงไก่ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด จากนั้นนำไปต้มด้วยไฟปานกลางจนสุกทั่ว หากใช้ไก่บ้านอาจต้องใช้เวลาต้มนานกว่าเนื้ออกไก่ เพื่อให้เนื้อนุ่มและรับประทานง่าย
- ตักไก่ที่สุกแล้วขึ้นพักให้คลายความร้อน สับเป็นชิ้นพอดีคำตามชอบ
- ล้างผักบุ้งและผักกาดขาวให้สะอาด ตัดส่วนที่แก่หรือแข็งออก
- ตั้งน้ำให้เดือด นำผักบุ้งและผักกาดขาวลงลวกทีละชนิดจนพอสุก ไม่ควรลวกนานเกินไป เพราะจะทำให้ผักนิ่มและเสียความกรอบ จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
- ทำน้ำจิ้มโดยใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว พริกป่น ผงชูรส และผงปรุงรสลงในภาชนะ คนให้น้ำตาลละลายและเครื่องปรุงเข้ากันดี
- ชิมน้ำจิ้มให้ได้รสเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดอย่างสมดุล หากหวานเกินไปให้เติมน้ำมะขามเปียก หากเปรี้ยวจัดสามารถเติมน้ำตาลมะพร้าวทีละน้อย แล้วจึงใส่หอมแดงซอยลงไปคลุกเคล้า
- จัดผักลวกลงในจาน วางเนื้อไก่ต้มด้านบน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่โรยด้วยถั่วลิสงคั่วบด
วิธีรับประทานลงสรงไก่ให้อร่อยครบรส
วิธีรับประทานลงสรงไก่ ตักเนื้อไก่ต้มกับผักบุ้งหรือผักกาดขาวลวกให้มีขนาดพอดีคำ จากนั้นราดน้ำจิ้มที่โรยถั่วลิสงคั่วบดเตรียมไว้แล้วลงไป ก่อนรับประทานทุกอย่างพร้อมกัน จะได้ทั้งความนุ่มของเนื้อไก่ ความสดกรอบของผักลวก และรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดของน้ำจิ้มในคำเดียว อีกวิธีหนึ่งคือใช้ผักบุ้งลวกทั้งเส้นพันรอบเนื้อไก่ให้เป็นคำ แล้วจุ่มลงในน้ำจิ้มที่มีถั่วลิสงคั่วบดอยู่ด้านบน วิธีนี้ช่วยให้ได้รับรสชาติของไก่ ผัก และน้ำจิ้มอย่างครบถ้วน โดยไม่จำเป็นต้องหั่นผักบุ้งเป็นท่อนสั้นก่อนเสิร์ฟ
ลงสรงไก่ เป็นเมนูที่สะท้อนให้เห็นว่า อาหารพื้นบ้านก็มีวิธีรับประทานที่เข้ากับยุคสมัยได้เป็นอย่างดี ด้วยส่วนประกอบหลักเพียงไก่ต้ม ผักลวก น้ำซุป และน้ำจิ้มรสเข้มข้น ก็สามารถสร้างมื้ออาหารที่มีครบทุกรสชาติได้ โดยไม่ต้องมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อน
ใครที่กำลังมองหาเมนูไก่แบบใหม่ หรือต้องการลองชิมอาหารพื้นบ้านจากจังหวัดพิจิตร สูตรลงสรงไก่นี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ควรลองทำสักครั้ง นอกจากจะได้สัมผัสรสชาติที่แตกต่างแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการทำความรู้จัก และช่วยยังสืบสานเมนูท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย







